แค่สระผมให้ถูกต้องคุณก็มีสุขภาพผมสวยได้

January 9th, 2015

อยากมีผมสวยกันมั้ยคะสาวๆ ถ้าใช่.. วันนี้เรามีวิธีทำให้ผมสวยสุขภาพดีในแบบง่ายแสนง่าย นั่นก็คือ การสระผมอย่างถูกต้องนั่นเอง

1. หวีผมด้วยหวีซี่ห่างตั้งแต่โคนจรดปลายเพื่อขจัดสิ่งสกปรกให้หลุดออกจากเส้นผมและหนังศีรษะ และจะได้แก้ปัญหาผมที่พันกันไม่ให้ยิ่งจับตัวพันกันยุ่งเหยิงมากขึ้น

2. ก่อนสระผมจะต้องล้างผมด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกก่อน

3. เทแชมพูลงบนฝ่ามือแล้วชโลมลงบนเส้นผมบริเวณกึ่งกลางผมหรือเริ่มสาวตั้งแต่ส่วนปลายขึ้นมา ไม่แนะนำให้เทแชมพูแล้วโปะวางกลางศีรษะหรือเทใส่หนังศีรษะโดยตรง เพราะจะยิ่งทำให้หนังศีรษะมันและยากต่อการล้างออกให้สะอาดได้ง่าย

4. หลังจากสระด้วยแชมพูเสร็จแล้ว ควรชโลมด้วยครีมนวดผมต่อไปค่ะ แล้วหมักทิ้งไว้ 2-3 นาทีจึงค่อยล้างออกให้สะอาด

5. หลังจากล้างผมให้สะอาดแล้วควรบีบปลายผมเพื่อไล่น้ำออกจนหมด จากนั้นซับผมให้ทั่วจนแห้งหมาดด้วยผ้าขนหนูผืนนุ่ม ไม่ควรขยี้ผมแรงๆ ด้วยผ้า ไม่เช่นนั้น เส้นผมจะขาดหลุดร่วงได้และยังนำปัญหาผมแห้งกรอบมาสู่เส้นผมได้ด้วย

6. ก่อนไดร์ผมหรือเป่าผมให้แห้ง แนะนำให้ใส่เซรั่มบำรุงก่อน โดยเฉพาะสาวที่มีปัญหาผมแห้งเสียหรือผมแตกปลาย หากคุณทำผมด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าต่อจากนี้ ยิ่งควรใส่เซรั่มป้องกันความร้อนและจะได้ช่วยเคลือบถนอมผมด้วยวิตามินบำรุงให้เส้นผมชุ่มชื้นขึ้นค่ะ

7. หวีผมด้วยหวีซี่ห่างเท่านั้นและหวีอย่างเบามือ จากนั้นไดร์ผมโดยเป่าผมห่างจากหนังศรีษะ ไม่ควรจ่อไดร์ชนิดใกล้กับผมมากเพื่อป้องกันสภาพผมแห้งฟูมากขึ้น แต่หากสาวๆ ไม่ได้รีบร้อนออกจากบ้านไปไหนก็อาจจะปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติหรือใช้ไดร์เป่าแบบเย็นหรือจะนั่งเป่าด้วยพัดลมแทนก็ได้ค่ะ

ปั่นจักรยานถูกวิธี ช่วยให้ขาเรียวขึ้นได้นะ

January 9th, 2015

คุณรู้หรือไม่ว่า…นักปั่นจักรยานอาชีพเผาผลาญพลังงานได้มากถึง 5,000 แคลอรี่ หรือเท่ากับการทานข้าวมันไก่ประมาณ 10 จานต่อการแข่งระยะทาง 200 กิโลเมตร !แล้วสำหรับตอนนี้กระแสจักรยานก็กำลังมาแรงอยู่ หากว่าสาว ๆ คนไหนกำลังลังเลว่าจะปั่นจักรยานดีไหม หรือจะปั่นแล้วน่องโตแทนที่หรือเปล่า อันนี้ต้องอยู่ที่การปรับอุปกรณ์ของจักรยานให้เข้ากับตัวเอง แล้วก็ปั่นในระยะทางที่ได้ กับกำลังขาที่พอเหมาะด้วยล่ะค่ะหลายคำแนะนำกับหลายกูรูเรื่องการปั่น แต่สำหรับนักปั่นหน้าใหม่ จะลองปั่นวันละ 2 ชั่วโมง ก่อนก็ได้ ปั่นเบา ๆ ไม่ใช้แรงมาก เพราะแรงขายังไม่พร้อมในตอนแรก ๆ และไม่ต้องสนใจระยะทางมากนัก ให้ทำเวลาได้ก่อนพอทำได้แล้วก็ค่อยเพิ่มแรง เพิ่มเวลา และเพิ่มระยะทางแต่มีเทคนิคนิดนึงก่อนจะขึ้นบนเจ้าสองล้อ ทุกครั้งให้วอร์มร่างกายด้วยจักรยานร่างกายประมาณ 5-10 นาที แล้วปั่นช้า 10 วินาที สลับกับปั่นเร็ว 20 วินาที ทำสลับไปมาครบ 8 รอบ แล้วผ่อนเพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ปกติอีก 5 นาที เพื่อช่วยให้มีแรงในการปั่นต่อได้นานตามเวลาที่ต้องการ สุขภาพดีแถมยังทำให้ขาเรียวขึ้นด้วย

บริจาคเลือดแล้วอ้วน…จริงไหม ?

January 9th, 2015

บริจาคเลือด เป็นกิจกรรมที่สำคัญมากในสังคมปัจจุบันเพราะ เป็นความช่วยเหลือโดยตรงต่ออีก คนหนึ่งหรือหลายคน แต่หลายคนบ่นว่าไม่ค่อยชอบ บริจาคเลือด หรือไม่เคยบริจาคเลย ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป เหตุผลหนึ่งที่ได้ยินบ่อยครั้งมากในกลุ่มสาวๆ คือไม่อยาก บริจาคเลือดเพราะกลัวอ้วนในแฟชั่นนิยมผอมอย่างทุกวันนี้ ความเชื่อนี้ก็น่ากลัวอยู่หากเป็นความจริง เราไปถามผู้เชี่ยวชาญของสภากาชาดไทยเธอยอมรับว่ามีหลายคนที่เข้าใจผิดในเรื่องนี้จนเกิดความลังเลที่จะมา บริจาคเลือด แต่หลักฐานจากตัวจริงเสียงจริงของผู้ที่ บริจาคเลือด ถูก 3 เดือนก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เพราะเธอและเขาเหล่านั้นแทนที่จะอ้วนตามเสียงลือเสียงเล่าอ้าง กลับมีรูปร่างที่ดีและมีสุขภาพที่สมบูรณ์ขึ้นกว่าเก่าชมรมผู้ บริจาคเลือด 100 ครั้งเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะสมาชิกกว่า 1,000 คนในชมรมแทบจะหาผู้ที่มีรูปร่างเกินพอดีไม่ได้เลยทั้งหญิงและผู้ชาย คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี อดีตนางสาวไทย บริจาคเลือด มาแล้วถึง 27 ครั้ง ตั้งแต่ก่อนสวมมงกุฎ ก็มีรูปร่างที่สวยงามเพรียวลมสมกับความเป็นยอดหญิงงามของประเทศสิ่งเดียวที่น่ากังวลคือเรื่องของธาตุเหล็ก บางคนมา บริจาคเลือด แล้วกลัวอ้วน เพราะความเชื่อที่ผิด จึงรับประทานแต่น้อยหรือไม่รับประทานเลย ทำให้สูญเสียโอกาสที่ร่างกายจะผลิตธาตุเหล็กมาชดเชยกับการ บริจาคเลือด ความจริงแล้วทางผู้รับ บริจาคโลหิต แทบทุกแห่ง จะขอให้ผู้ บริจาคเลือด รับประทานยาเสริมธาตุเหล็กหลังการให้เลือดทุกครั้ง ซึ่งเพียงพอและเป็นผลดีต่อร่างกายอยู่แล้ว การรับประทานอาหารที่เพียงพอและมีประโยชน์ต่อร่างกายจึงควรเป็นไปเช่นเดิมความจริงก็คือ บริจาคเลือดจะทำให้ร่างกายมีความสดชื่นและมีการหมุนเวียนโลหิตที่ดีขึ้น ด้วยซ้ำ ผิวพรรณจึงเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล เราจึงควรช่วยกัน บริจาคเลือด เพื่อคนอื่นและเพื่อตัวเองด้วย

แกงเหลือง ฆ่าเซลล์มะเร็งเพิ่ม 15 เท่า

January 9th, 2015

อาหารไทยหลายชนิดเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเครื่องแกงต่าง ๆ ที่อุดมไปด้วยสมุนไพรไทยตามตำรับยา ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้ อย่าง แกงเหลือง อาหารภูมิปัญญาของชาวภาคใต้ สามารถทำให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล นักวิชาการจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการทดลองสารสกัดของน้ำพริกแกง 4 ชนิด ได้แก่ น้ำพริกแกงป่า แกงเลียง แกงส้ม และน้ำต้มยำ นำมาเลี้ยงเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว พบว่า น้ำแกงป่า น้ำแกงเลียง และน้ำแกงส้ม มีศักยภาพให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์อื่นในร่างกาย ได้มากถึง 45% ขณะที่ แกงเหลือง ทำให้เซลล์มะเร็งตายแบบธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีก 15 เท่า ดีกว่าการใช้ยาถึง 2 เท่างานวิจัยนี้สรุปได้ว่า การบริโภคอาหารไทย อย่าง แกงเลียงกุ้งสด ห่อหมกใบยอ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ข้าวสวย หรือข้าวเหนียว ส้มตำใส่แครอท ไก่ทอดสมุนไพร ต้มยำ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง ซึ่งสอดรับกับงานวิจัยระดับโลกที่ว่า อาหารการกินเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนห่างไกลมะเร็งได้

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้ยา

January 9th, 2015

ภญ.รศ.ดร.บุษบา จินดาวิจักษณ์ อุปนายกสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า โดยปกติคนไทยเป็นคนที่มีนิสัยง่ายสบายๆ อยู่แล้ว เมื่อจำเป็นต้องใช้ยาสามัญประจำบ้านที่คุ้นเคย จึงอาศัยความเคยชิน ใช้ยาตามคำบอกเล่าของบุคคลต่างๆ โดย 4 ข้อหลักๆ ที่เป็นความเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับการใช้ยาที่มักพบบ่อย มีดังนี้
1. ทายาหม่องทันทีเมื่อฟกช้ำ เป็นเรื่องเคยชินเมื่อเกิดหกล้ม กระทบกระแทกจนได้แผลบวมฟกช้ำดำเขียว และปวด คนส่วนใหญ่จะหยิบยาหม่องขึ้นมาถูนวดบรรเทาอาการทันที แต่แท้จริงแล้วเมื่อร่างกายได้รับแรงกระแทก เส้นเลือดฝอยบริเวณผิวหนังจะขาดทำให้มีเลือดคั่งเกิดขึ้น ก่อให้เกิดอาการบวมและปวดซึ่งหากทายาหม่องทันทีจะทำให้บวมมากขึ้น เพราะเมื่อขี้ผึ้งเสียดสีกับร่างกายโดยการถูนวด จะทำให้เกิดความร้อนและส่งผลให้เส้นเลือดฝอยขยายตัว เลือดจึงยิ่งมาคั่งบริเวณนั้นมากขึ้น ทำให้บวมยิ่งขึ้นอีกด้วย
การรักษาที่ถูกต้องควรใช้ผ้าเย็นประคบ เพื่อทำให้เส้นเลือดฝอยหดตัว แล้วอาการบวมจะยุบลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งความเย็นยังช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงด้วย หลังจากนั้นจึงทายาหม่องที่มีตัวยาระงับอาการเจ็บปวด ลดอักเสบ
2. ยาแก้ไอกินคนเดียวจิบจากขวดสะดวกดี ไม่ควรจิบยาแก้ไอจากขวดโดยตรง เพราะเชื้อโรคจากปากและคอจะลงไปปนในขวดยาได้ นอกจากนี้ขนาดยาที่ได้รับในแต่ละครั้งจะไม่เท่ากัน เพราะจะจิบเล็กจิบใหญ่ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะผู้ป่วยบางรายจะจิบยาแก้ไอทุกครั้งเมื่อไอ อาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด แม้อาจไม่เป็นอันตรายร้ายแรงนัก แต่หากเป็นยาแก้ไอที่มีตัวยาโคดีอีนเป็นส่วนผสม หรือยาแก้ไอน้ำดำหากจิบอึกใหญ่เกินไปหรือถี่เกินไป อาจจะได้ปริมาณยามากเกินไปจนอาจกดการหายใจได้ การใช้ยาที่ถูกต้องควรใช้ช้อนมาตรฐานตวงยารับประทานทุกครั้ง และมีช่วงห่าง 4-6 ชั่วโมงให้แน่นอน (1 ช้อนชา เท่ากับ 5 ซีซี, 3 ช้อนชา เท่ากับ 1 ช้อนโต๊ะ)
3. ลืมกินยามื้อหนึ่งรวบยอดไปมื้อถัดไป เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง การกินยาแบบรวบยอดไปมื้อถัดไป อาจส่งผลให้ได้รับยาเกินขนาด โดยเฉพาะในกลุ่มที่กินยาปฏิชีวนะหรือผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้นเพราะหากระดับยาในเลือดสูงๆ ต่ำๆ จะทำให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร การใช้ยาที่ถูกต้อง หากลืมกินยามื้อหนึ่งควรกินทันทีเมื่อนึกได้ แต่ไม่ควรรวบเป็น 2 เท่าในมื้อถัดไป และควรกินยาอย่างสม่ำเสมอทุกวันตามเวลาที่กำหนดเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด
4. ลืมกินยาคุมกำเนิดบางวันคงไม่เป็นไร ในกรณีนี้หากลืมกินยาคุมกำเนิดให้รีบกินทันทีที่นึกได้แต่ไม่ควรเกิน 12 ชั่วโมงนับจากเวลาที่กินปกติ เพราะอาจทำให้การคุมกำเนิดไม่ได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าลืมกินในช่วง 7-10 เม็ดแรก ควรหยุดยาและเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิดเป็นการใช้ถุงยางอนามัย

เตือนคนดื่มกาแฟจัด ต้นเหตุประสาทหลอน

January 9th, 2015

เชื่อว่ามีหลายท่านชอบดื่มกาแฟ  และบางท่านก็ขาดไม่ได้จำเป็นต้องดื่มกาแฟทุกเช้าก่อนจะเริ่มวันใหม่ ด้วยการออกไปทำงาน  รู้ไหมว่ามีผลวิจัยออกมาว่าถ้าหากดื่มกาแฟ  หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากๆ จะทำให้ประสาทหลอนได้

**ซึ่งผลวิจัยนี้มาจากนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเดอแรม  ประเทศอังกฤษ เตือนว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟ ชา ช็อกโกแลต หรือเครื่องดื่มชูพลัง ที่มีคาเฟอีนมาก ๆ อาจจะมีอาการประสาทหลอนได้  มากถึงขั้นที่เห็นผีสาง หรือแว่วประหลาด ๆ

**สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟชงหรือกาแฟต้ม เกินกว่าวันละ 3 ถ้วย หรือเทียบเท่ากับกาแฟสำเร็จ 7 ถ้วย จะมีโอกาสเกิดประสาทหลอน มากกว่าคนที่ดื่มเพียงวันละถ้วยถึง 3 เท่า!!  แต่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าอาการประสาทหลอนนี้ ไม่ใช่เครื่องแสดงอาการทางจิตที่ชัดเจน และคนทั่วไปที่ต่างก็เคยได้ยินเสียงประหลาด ๆ ก็มีอยู่มากถึงร้อยละ 3 เลยนะ!!

**จากการศึกษาของอาการประสาทหลอน จากสาเหตุต่าง ๆ อย่างกว้าง ๆ ในครั้งแรก อาจสรุปได้ว่า กาแฟได้ไปช่วยกระตุ้นให้ความเครียดของจิตใจและอารมณ์ให้กลับหนักยิ่งขึ้นมากกว่าเดิมนั่นเอง  สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ แนะนำว่าอย่าดื่มมากจนเกินไปนะจ๊ะ แค่วันละแก้ว ถ้าเกิดอยากดื่มอีกก็แนะนำให้เป็นน้ำชาแบบเบา ๆ หรือ เครื่องดื่มจากผลไม้จะดีกว่า

สัญญาณเตือน เมื่อร่างกายขาดไขมัน

January 9th, 2015

ทุกวันนี้คนเราอาจคิดว่าไขมันเป็นตัวการร้ายที่ทั้งทำลายสุขภาพและทำให้อ้วนอีกต่างหาก แต่ความจริงแล้วรู้หรือไม่ร่างกายของคนเราก็ต้องการไขมันดีเหมือนกันนะ ยิ่งหลีกเลี่ยงไขมันมากเท่าไหร่ จนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ร่างกายอาจเกิดอาการผิดปกติขึ้นมาได้ มาดูกันว่าร่างกายคุณต้องการไขมันเพิ่มขึ้นอีกนิดหรือเปล่า….

1. รู้สึกหิวบ่อย นั่นเป็นเพราะร่างกายย่อยอาหารประเภทอื่นได้เร็วกว่าไขมัน ยืนยันโดยแอน เมานี่ย์ นักกำหนดอาหาร ในกรุงวอร์ชิงตันดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา

2. ผิวแห้งและหมองคล้ำ ดีไม่ดีก็ดูแก่กว่าวัยเสียอีก ซึ่งคุณก็ต้องรู้ว่า ไขมันเลวคือสาเหตุเหล่านี้ แต่ไขมันดีจะช่วยดูดซึมไขมัน วิตามิน และสารอาหารอื่นๆ ที่จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ยืนยันโดยลอรี่ เวลสเตรต นักกำหนดอาหาร แห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์ชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

3. ประจำเดือนผิดปกติ เพราะร่างกายต้องอาศัยไขมันในการควบคุมการทำงานของฮอร์โมน ลอรี่กล่าวว่า การ ขาดไขมัน อาจมีส่วนทำให้เกิดอาการดังกล่าว

4. ขาดสมาธิ ด้วยความที่ไขมันเพียง 1 กรัมก็ให้พลังงานถึงสองเท่าของคาร์โบไฮเดรต คนที่กินแต่ คาร์โบไฮเดรตและโปรตีน จึงอาจไม่สามารถจดจ่อได้โดยไม่ทราบสาเหตุ

5. กระวนกระวาย ซึ่งอาจเกิดความกดดันเล็กๆน้อยๆ แต่ลอรี่บอกว่า หากคุณกินไขมันที่มีโอเมก้า-3 หรือ 6 อย่างเพียงพอ จะช่วยให้ปลอดโปร่งมากขึ้น

6. ทรมานกับการอยู่ท่ามกลางฝูงชน จากการทดลองของสมาคมจิตวิทยาแห่งชาติอเมริกันรายงานว่า เมื่อแบ่งหนูเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้รับกรดไขมันโอเมก้า-3 อย่างเพียงพอ อีกกลุ่มได้รับไม่เพียงพอ แล้วนำทั้งสองกลุ่มมาอยู่ในที่อึกทึก พบว่ากลุ่มที่ได้รับมาเพียงพอสามารถสงบนิ่งได้ ตรงกันข้ามกับกลุ่มที่ได้รับไม่เพียงพอจะวิ่งพล่านและร้องอย่างทรมาน

7. ออกกำลังกายไม่ทน ทั้งที่ร่างกายดูแข็งแรง แต่ลองวิ่งหรือเดินเร็ว ไม่เกิน 20 นาทีก็ต้องลงนั่งหอบเกือบตาย แม้ว่าจะเป็นสาวเจ้าสระ หรือนักวิ่งมาราธอนก็ตาม เพราะร่างกายจะเผาผลาญแคลอรี่หมดลงอย่างรวดเร็ว แล้วหลังจากนั้นจะเริ่มเผาผลาญไขมัน

8. ขี้หลงขี้ลืม มีรายงานหลายชิ้นยืนยันว่า อาหารที่มีไขมันสูงอย่าง น้ำมันมะกอก ถั่ว ปลา จะช่วยบำรุงสมองส่วนความจำ ถ้าคุณลืมนั่นลืมนี่ ทั้งที่ยังสาวยังแส้ ให้แน่ใจได้ว่า ต้องเติมไขมัน

อกไก่ผัดเผ็ดใบยี่หร่า

December 18th, 2014
อกไก่ผัดเผ็ดใบยี่หร่า
1คั่วเมล็ดผักชี เม็ดยี่หร่าให้หอม ตำให้ละเอียด
2คลุกกับเนื้ออกไก่หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
ใส่น้ำพริกแกงป่าคลุกไก่ด้วย
3คั่วหนังไก่ที่แยกมาจนน้ำมันออก ก็นำไก่ที่คลุกน้ำพริกลงผัด
4ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำตาล เติมน้ำเปล่าพอไม่ให้ไก่แห้ง
ผัดจนสุก
5ใส่กระเทียมโทนดองสามรสและใบยี่หร่าซอยลงไปก่อนยกลงจากเตาค่ะ

 

ขนมจีนผัดแบบเหนือ

December 18th, 2014

ขนมจีนผัดแบบเหนือ (ใช้ขนมจีนแห้งมาต้มในน้ำเดือด7นาที แล้วหยุดร้อนด้วยน้ำเย็นค่ะ)
1. ตั้งกระทะ..ใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมให้หอม
2. เอาเส้นขนมจีนที่แยก ๆ กันแล้วลงไปผัด
3. ใส่เต้าเจี้ยว, ซีอิ้วขาว, น้ำมันหอยนิดหนึ่ง..น้ำตาล..ผัดให้เข้ากัน..
4. ซีอิ้วดำได้สีสันที่สวยงาม
5. โรยด้วยต้นหอมหั่นยาว ๆ เจียวไข่หั่นเป็นเส้น ทอดพริกแห้ง วางในจาน

ต้มผักโสภณกับหมูสามชั้น

December 18th, 2014

ต้มผักโสภณกับหมูสามชั้น
1.ต้มกระดูกหมู หมสามชั้น จนน้ำเดือด ตักฟองออกจนน้ำใส
2.ทุบรากผักชี กระเทียม พริกไทยใส่ถุงผ้า นำลงในหม้อ ปรุงรสด้วยเกลือสมุทร น้ำตาลกรวด
3.ล้างและหั่นผักโสภณเป็นชิ้นพอคำ นำไปลวกน้ำร้อนใส่เกลือก่อนนำไปต้มกับน้ำซุปกระดูกหมู
4.แช่เห็ดหอมจนนิ่ม ตัดก้านออกทิ้งไป หั่นเห็ดเป็นชิ้นพอคำ ใส่ลงในหม้อซุปทั้งเห็ดและน้ำแช่เห็ด
5.ต้มไปเรื่อยๆจนผักเปลี่ยนจากเขียวสดเป็นเขียวขี้ม้าค่ะ